[Up in the air] เมื่อชีวิตถูกถอนสมอ
posted on 10 Mar 2010 23:29 by gopgaapกลับกัน ภาพที่แจ่มชัดในความคิดเสมอมา คือภาพตัวเองในวัยทำงาน ขับรถกลับบ้านคนเดียวตอนเย็น กินข้าวตามร้านอาหารข้างทางก่อนถึงบ้าน พอถึงห้องคอนโดมืดๆ เล็กๆ ของตัวเองมุมหนึ่งก็จะมีตะกร้าผ้าพร้อมเสื้อผ้ารอส่งซักวางระเกะระกะ ห้องครัวเต็มไปด้วยจานชามที่นานๆ จะล้างที หม้อกระทะครบชุดถูกตั้งทิ้งฝุ่นจับอนู่บนชั้นข้างเคาน์เตอร์ ในห้องนอนมีสเตอริโอหนึ่งชุด โน้ตบุ๊คหนึ่งเครื่อง กีตาร์โปร่งหนึ่งตัววางอยู่ในมุมห้อง ใช้ชีวิตทุกวันอยู่คนเดียว นอนคนเดียว ไม่มีใครรอผมกลับบ้าน และผมไม่ต้องรอใครกลับบ้าน ก่อนจะหลับไปและตื่นมาเจอวันใหม่ๆ ในแบบเก่าๆ อีกครั้งเพียงลำพัง
นั่นต่างหาก คือภาพที่แจ่มชัดมาตลอดในความคิดของผม แม้ตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน
<i> ไรอัน บิงแฮม (จอร์จ คลูนีย์) </i> เป็นชายวัยทำงานที่มีความสุขดีกับชีวิตตัวเอง หน้าที่การงานมั่นคง ตำแหน่งใหญ่โตเอาการ อาการมีกินไม่มีอด แม้บ้านช่องจะไม่เป็นหลักเป็นแหล่งเท่าไหร่นัก
ไม่ใช่ว่าไรอันไม่มีบ้าน แต่สิ่งที่คนอื่นเรียกว่าบ้านสำหรับไรอันแล้วมันไม่ใช่บ้าน มันเป็นแค่ที่พักอาศัยชั่วคราวที่เขาใช้เวลาอยู่กับมันในแต่ละปีน้อยกว่า เวลาที่ใช้กับสนามบิน เครื่องบิน และโรงแรมในที่ต่างๆ ด้วยซ้ำ ใช้เวลากับมันน้อยจนกระทั่งเขาไม่เสียเวลาจะนั่งตกแต่งมันให้ดูสวยงามเป็น เรื่องเป็นราว
งานของไรอันเป็นงานที่รุ่งเรืองมากในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด ผู้คนมากหน้าหลายตาพยายามแทบล้มประดาตายเพื่อให้มีงานทำในสถานการณ์เช่นนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตกงานที่แพร่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า แต่สำหรับเจ้านายของไรอัน ที่คือยุคทองชัดๆ
หน้าที่ของพวกเขาคือ ส่งคนอย่างไรอันไปทั่วประเทศตามแต่เจ้านายของบริษัทต่างๆ จะเรียกร้อง แล้วก็แจ้งข่าวร้ายว่า ลูกจ้างเหล่านั้นจะไม่มีงานทำอีกต่อไปแล้ว แทนบรรดาเจ้านายทั้งหลายที่คงไม่อยากจะต้องรองรับอารมณ์ของลูกน้องที่ทำงาน มาด้วยกันนานแสนนาน
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ไรอันไม่ได้มีหน้าที่แค่เดินดุ่มๆ เจ้าไปยื่นซองขาว ทำหน้านิ่งๆ แจ้งว่า "You're Fired" แล้วเดินดุ่ยๆ ออกมา ภายใต้ภาวะกดดันเหล่านั้น พวกเขานี่แหละที่มีหน้าที่ใช้ความสามารถทั้งหมดเท่าที่มี พูดคุย กล่อมเกลาจิตใจที่กำลังอ่อนล้า สับสน หมดอาลัยตายอยากกับความสิ้นหวังที่อยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งจุดประกายให้ผู้คนที่เขาเพิ่งแจ้งข่าวร้ายที่สุดในชีวิตนั้น ลุกขึ้นเดินต่อไปให้ได้เร็วที่สุด ด้วยเหตุนี้ ไรอันจึงเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมภายนอกพอสมควร และมีจ็อบพิเศษเป็นผู้บรรยายในโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
ซึ่งหัวข้อประจำของการบรรยายเหล่านั้นก็ช่างเข้าทางเขาเหลือเกิน เพราะหัวข้อที่เเขามักจะได้รับเชิญไปพูดคือ การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการใช้ชีวิต<b>โดยไร้พันธะ</b>
รอบตัวของไรอันมีเสียงสะท้อนมาให้เขาได้ยินมากมายจากคนที่เขารู้จักว่า "ชีวิตที่เขาใช้ สิ่งที่เขาเข้าใจ ทุกอย่างที่มีอยู่ในชีวิตเขามันน่าเศร้าเกินไป" แต่คำว่าการแต่งงาน ครอบครัว ความสัมพันธ์ระยะยาว การลงหลักปักฐาน และคู่ชีวิต ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของชายโสดที่ชื่อว่า ไรอัน บิงแฮม เลยแม้สักวินาทีเดียว
คงไม่แปลกเลยที่ความคิดเช่นนี้จะเกิดกับคนหนุ่มวัยทำงานบ้าพลัง (หรือที่บางคนเรียกกันว่าพวก Workaholic) จนคนบางกลุ่มจะเกิดปรัชญาในการใช้ชีวิตว่า
"แค่ตัวเอง ก็พอแล้ว ใช้ชีวิตแบบมีคนอื่นด้วยน่ะมันเป็นภาระเปล่าๆ"
ในโรงหนังวันนี้มีมนุษย์บ้างานคนหนึ่งนั่งเจ็บลึกๆ กับความคิดนี้... มันเหมือนกับสิ่งที่ผมเคยคิดและเชื่ออย่างประหลาด และอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบตัวเองกับชีวิตของไรอัน (แม้ว่าหน้าตาและอายุผมจะห่างไกลกับจอร์จ คลูนีย์อยู่หลายขุมก็ตามทีเถอะ)
ตลอดเวลา ผมใช้ชีวิตตามแต่ใจอยาก ทำสิ่งที่อยากทำ เชื่อสิ่งที่อยากเชื่อ แคร์ตัวเองเยอะ แคร์คนอื่นน้อย ไม่สนใจผลของการกระทำต่อคนเบื้องหลัง ไม่ต้องพูดถึงคนที่จะมาเดินข้างๆ ภาพการใช้ชีวิตมีแต่ความโดดเดี่ยว
ผมไม่เคยเหงาแม้ภายใต้ภาวะเช่นนั้น และผมแอบเข้าข้างตัวเองว่า ไรอัน บิงแฮม ก็คงรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน เขาไม่เหงาเลยสักนิด เขามีความสุขกับชีวิตบินเดี่ยวที่มีหลักการการใช้ชีวิตที่ชัดเจนของเขาดี
จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่เขาไม่สามารถพูดถึงการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป วันที่เขาได้พบเรื่องที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบ ทำเรื่องที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ
เป็นวันที่ชีวิตบินเดี่ยวของเขาเริ่มสัมผัสถึงอีกด้านของชีวิต และร่ำร้องจากหัวใจว่า <b>"ไม่เอาแล้ว"</b>
วันที่ชีวิตและหลักการอันอิสระของเขาถูกถอนสมอ และชีวิตเดิมๆ ของเขาลอยคว้างไปในอากาศเบื้องบน
อะไรจะเกิดขึ้น
ชวนทุกคนให้ไปตามดูชีวิตของไรอัน แล้วมาคุยกันครับ
คุณอาจเจอใครสักคนที่คุณรู้จักดีอยู่ในนั้นนะ
:D
edit @ 11 Mar 2010 09:34:50 by Gopgap